The Country : ประเทศออสเตรเลีย เป็นดินแดนมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยชายหาดที่งดงาม น้ำทะเลสีฟ้าใส สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เก่าแก่ และป่าฝนอันบริสุทธิ์
The People : ชนพื้นเมืองอะบอริจินได้อาศัยอยู่ในออสเตรเลียมานาน ขณะที่ประชากรส่วนที่เหลือเป็นผู้อพยพหรือผู้สืบเชื้อสายจากผู้อพยพ ทำให้ออสเตรเลียเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างมาก
The Climate : ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในประเทศที่แห้งแล้งที่สุดในโลก มีพื้นที่ราบและแห้งแล้งภายในประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง ขณะที่พื้นที่ตอนเหนือมีภูมิอากาศแบบเขตร้อน มีฝนมรสุมช่วงมกราคมถึงมีนาคม
The Australian Economy : ออสเตรเลียมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เปิดกว้าง และมีการแข่งขัน โดยอิงกับระบบตลาด พร้อมด้วยสถาบันที่มั่นคง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ธุรกิจและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
The Australian English : แม้ว่าอังกฤษจะเป็นภาษาประจำชาติของออสเตรเลีย แต่คำและสำนวนบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของออสเตรเลียอาจฟังดูแปลกหรือสร้างความสับสนให้ผู้มาใหม่ได้
The 6 Largest Cities : ออสเตรเลีย มีเมืองใหญ่ที่หลากหลาย ทั้งก่อตั้งมายาวนาน จนถึงเป็นศูนย์กลางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การวิเคราะห์พัฒนาการของ 6 เมืองใหญ่ให้ข้อมูลเชิงลึก ด้านการเติบโต และการเปลี่ยนแปลงของเมืองเหล่านี้
The Places to Go : ออสเตรเลียดินแดนในฝันต้องไปสักครั้งในชีวิต! ด้วยธรรมชาติสุดอลังการ สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เป็น 1 ใน 5 แหล่งผลิตไวน์ชั้นยอดของโลก สายคาเฟ่ฮอปปิ้ง ที่นี่มีร้านกาแฟเก๋ ๆ ครบจบ คุ้มค่าแก่การไปเยือน
The Australian Wines : ไวน์ออสเตรเลีย มีความแรงทั้งแอลกอฮอล์และรสชาติ มีความหลากหลายอย่างน่าเหลือเชื่อ แบ่งประเภทได้ตั้งแต่สปาร์คกลิ้งไวน์ที่ผลิตในอุณหภูมิอันเย็นยะเยือก ไปจนถึงไวน์แดงอันทรงพลัง
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนซึกโลกใต้ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก ซึ่งเทียบได้เท่ากับ 48 รํฐใหญ่ของสหรัฐอเมริกา และ มีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของทวีปยุโรบ แต่จำนวนประชากรยังน้อยมากหากเทียบกับพื้นที่ของประเทศ ซึ่งคิดเป็นจำนวน 2 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร
ออสเตรเลียมีชายฝั่งทะเลยาวเชื่อมโยงติดต่อกัีนเกือบ 50,000 กิโลเมตรและออสเตรเลียมีชายหาดมากกว่า 10,000 ชายหาดซึ่งมากกว่าประเทศอื่นๆในโลก และประชากรมากกว่าร้อยละ 85 ของออสเตรเลียจะมีถิ่นอาศัยอยู่ภายใน 50 กิโลเมตรของชายฝั่ง จึงทำให้กิจกรรมหรือกีฬาทางน้ำเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวออสเตรเลีย
เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นเกาะและมีพื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของทวีป ออสเตรเลียจึงมีความหลากหลายทางด้านธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นเขตป่าไม้ ภูเขา แม่น้ำ ทะเลทราย พืชพรรณธรรมชาติทั้งยังมีหิมะในฤดูหนาว นอกจากนั้นออสเตรเลียยังมีหาดทราี่ยที่สวยงามและแนวปะการังที่สวยที่สุดของโลก คือthe Great Barrier Reef ด้วย
ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่เป็นจุดเด่นเหล่านี้จึงทำให้ประเทศออสเลียเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงและเป็นประเทศท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก
ที่มา: The Department of Immigration and Citizenship publication: Life in Australia
ชนเผ่าผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมของออสเตรเลีย รู้จักกันในนามชาวอะบอริจิ้นออสเตรเลีย มีประวัติทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ซึ่งมีจุดกำเนิดนับย้อนหลังไปได้ตั้งแต่ช่วงปลายยุคน้ำแข็ง ซึ่งมีมาตั้งแต่ราว 40,000 – 60,000 ปีที่แล้ว
ชาวอังกฤษได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในออสเตรเลียครั้งแรกในปีค.ศ 1788 โดยหลังจากที่มีการค้นพบและประกาศความเป็นเจ้าของประเทศของทวีปในนามของประเทศ
อังกฤษในปีค.ศ 1770 โดยกัปตันเจมส์คุ๊ก หลังจากนั้นก็มีประชาชนจาก 200 ประเทศทั่วโลกทยอยอพยมมาตั้งถิ่นฐานในออสเตรเลียเป็นต้นมาไม่ว่าจะด้วยการหลี้ภัย ของสงคราม หรือ เศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ประชากรมีความหลากหลายในเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา สังคมและวัฒนธรรม แต่ถึงกระนั้นประชาชนออสเตรเลียก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และสันติ
ที่มา: The Department of Immigration and Citizenship publication: Life in Australia
เนื่องจากออสเตรเลียมีขนาดใหญ่ พื้นที่ต่างๆ จึงมีภูมิอากาศที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก จะพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่มีอากาศแบบเขตร้อนเช่น รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย มณฑลตอนเหนือนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี และรัฐควีนแลนด์ เป็นต้น ตอนกลางของประเทศมีอากาศแห้งแล้งเป็นทะเลทราย ทางตะวันออกเฉียงใต้จะมีหิมะตกในฤดูหนาวเช่น รัฐนิวเซาว์เวลล์ รัฐวิคทอเรีย และรัฐเทสมาเนีย เป็นต้น เพราะฉนั้นจะพบได้ว่าภูมิอากาศเป็นปัยจัยหลักในการตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย และ ศูนย์รวมเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐนิวเซาว์เวลล์จะเป็นรัฐที่มีประชากรอยู่หนาแ่น่นที่สุด
ที่มา: The Department of Immigration and Citizenship publication: Life in Australia
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสูง ด้วยโครงสร้างที่มีความหยืดหยุ่นและทันสมัย จึงเป็นที่วางใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อัตราค่าเงินก็คงที่ ไม่ค่อยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตามภาวะของโลก
ตลาดหลักทรัพย์ของออสเตรเลียมีอัตตราการลงทุนแลกเปลี่ยนที่ใหญ่ของโลก ประเทศคู่ค่าทางเศรฐกิจของออสเตรเลียได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ตามมาด้วยจีน, สหรัฐ, สิงคโปร์, สหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐเกาหลี
ที่มา: The Department of Immigration and Citizenship publication: Life in Australia
เมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุดในซีกโลกใต้ เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน เป็นต้น เมืองเหล่านี้ดึงดูดผู้คนด้วยตลาดงานที่หลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยม และคุณภาพชีวิตที่สูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประชากรในเขตเมืองของออสเตรเลียได้เป็นอย่างดี

ซิดนีย์ เมืองที่มีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลีย โดยมีประชากร 4.6 ล้านคนในปี 2024 มีชื่อเสียงด้านชายฝั่งทะเลที่สวยงามและสถานที่สำคัญระดับโลก เช่น โรงอุปรากรซิดนีย์ (Sydney Opera House) และสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) นอกจากนี้ ซิดนีย์ยังมีตลาดงานที่เฟื่องฟู เศรษฐกิจแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคการเงิน เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว ดึงดูดทั้งชาวออสเตรเลียและผู้ย้ายถิ่นฐานจากต่างประเทศ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองช่วยเติมเต็มสีสันให้ท้องถิ่น ด้วยอาหารหลากหลายชนิด เทศกาล และประเพณีต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ความนิยมของซิดนีย์มาพร้อมกับค่าครองชีพที่สูง โดยเฉพาะราคาที่อยู่อาศัยที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ แม้จะมีข้อเสียด้านนี้ โอกาสการทำงานและเงินเดือนที่แข่งขันได้ รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะและบริการสาธารณสุขที่พัฒนาแล้ว ทำให้ซิดนีย์ยังคงเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัยอันดับต้น ๆ ในออสเตรเลีย

เมลเบิร์น เมืองใหญ่อันดับสองของออสเตรเลีย มีประชากร 4.2 ล้านคนในปี 2024 มีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย ฉากอาหารและดนตรีที่คึกคัก รวมถึงงานสำคัญระดับโลก เช่น เมลเบิร์นคัพ (Melbourne Cup) และออสเตรเลียนโอเพ่น (Australian Open) เศรษฐกิจของเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการเงิน เทคโนโลยี การศึกษา และศิลปะ ทำให้เมลเบิร์นเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับนักเรียนและผู้เชี่ยวชาญ แม้ค่าครองชีพจะสูง แต่ยังคงต่ำกว่าซิดนีย์เล็กน้อย เมลเบิร์นยังคงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม วัฒนธรรมกาแฟที่โดดเด่น และสวนสาธารณะจำนวนมาก สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมือง

บริสเบน เมืองใหญ่อันดับสามของออสเตรเลีย มีประชากร 2.2 ล้านคนในปี 2024 เป็นที่รักของผู้คนด้วยอากาศที่อบอุ่น ไลฟ์สไตล์ที่ผ่อนคลาย และการเข้าถึงชายฝั่งซันไชน์และโกลด์โคสต์ได้ง่าย เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในด้านการทำเหมือง ธนาคาร การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี ดึงดูดทั้งชาวท้องถิ่นและผู้ที่มาจากต่างประเทศที่มองหาโอกาสในอาชีพ ด้วยค่าครองชีพที่สามารถจ่ายได้มากกว่าซิดนีย์และเมลเบิร์น โดยเฉพาะราคาที่อยู่อาศัย บริสเบนจึงเป็นเมืองที่ดึงดูดครอบครัวและคนวัยทำงาน เมืองนี้มีฉากวัฒนธรรมที่คึกคัก ระบบขนส่งสาธารณะที่ยอดเยี่ยม และมีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ทำให้บริสเบนกลายเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพิร์ท เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย มีประชากรเกือบ 1.9 ล้านคนในปี 2024 มีชื่อเสียงในด้านชายหาดที่สวยงาม อากาศที่มีแสงแดดสดใส และสวนสาธารณะที่กว้างขวาง บรรยากาศที่ผ่อนคลายและค่าครองชีพที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะราคาที่อยู่อาศัย ทำให้เพิร์ทเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวและคนวัยทำงาน ในฐานะศูนย์กลางสำคัญด้านการทำเหมือง การท่องเที่ยว การศึกษา และเทคโนโลยี เพิร์ทมีโอกาสการทำงานที่หลากหลาย ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฉากศิลปะที่มีชีวิตชีวา และระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ เพิร์ทมอบคุณภาพชีวิตที่สูง ผสมผสานความคุ้มค่าเข้ากับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจเฉพาะตัวได้อย่างลงตัว

แอดิเลด เมืองใหญ่อันดับห้าของออสเตรเลีย มีประชากร 1.2 ล้านคน มีชื่อเสียงในด้านพื้นที่สวนสาธารณะ สถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ และฉากศิลปะที่คึกคัก พร้อมจัดงานสำคัญ เช่น เทศกาลแอดิเลด (Adelaide Festival) เมืองนี้โดดเด่นในอุตสาหกรรมการผลิต การป้องกันประเทศ การดูแลสุขภาพ และการศึกษา อีกทั้งยังใกล้แหล่งผลิตไวน์ชื่อดัง เช่น บารอสซ่าแวลลีย์ (Barossa Valley) ด้วยค่าครองชีพที่ต่ำกว่าซิดนีย์และเมลเบิร์น แอดิเลดจึงเป็นเมืองที่ดึงดูดทั้งครอบครัวและผู้เกษียณอายุ สภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ไลฟ์สไตล์ที่เน้นชุมชน และระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ทำให้แอดิเลดเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัยอย่างยิ่ง

โกลด์โคสต์ เมืองที่มีประชากรประมาณ 591,473 คนในปี 2024 เป็นหนึ่งในเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดของออสเตรเลียและเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยม เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านชายหาดที่สวยงาม ชีวิตกลางคืนที่คึกคัก และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งดึงดูดทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เศรษฐกิจของเมืองขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และการบริการ พร้อมทั้งมีการเติบโตในด้านการศึกษา ผ่านมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่ดึงดูดนักเรียนจากต่างประเทศ เมื่อเทียบกับซิดนีย์และเมลเบิร์น ค่าครองชีพในโกลด์โคสต์ค่อนข้างย่อมเยา แม้ว่าใกล้ชายฝั่งจะทำให้ราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้น สภาพภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนของเมืองทำให้โกลด์โคสต์เป็นที่ตั้งของไลฟ์สไตล์ที่เน้นการใช้ชีวิตริมชายหาด เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งตลอดทั้งปี
ประเทศออสเตรเลียใช้ภาษาหลักคือภาษาอังกฤษ ซึ่งประเทศออสเตรเลียในแต่ละปีจะมีจำนวน
นักเรียนต่างชาติเดินทางเข้ามาศึกษาและฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ จำนวนมากเนื่องจากออสเตรเลียมีมาตรฐานการศึกษาและหลักสูตรการสอนที่มีคุณภาพ มีความหลากหลายในวิธีการสอนทั้งยังยืดหยุ่นต่อวัยของผู้เรียน จึงตอบสนองความต้องการนำไปใช้ของนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งการใช้ชีวิตในออสเตรเลียก็มีความปลอดภัย สะดวกในการเดินทาง ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศมาก
ออสเตรเลียมีการเพิ่มคำใหม่ในภาษาอังกฤษแตกออกมาเป็นภาษาของชาวออสเตรเลียเองโดย
เรียกคำเหล่านี้ว่าภาษาสแลง ซึ่งคำใหม่เหล่านี้มีการรวมรวบไว้ในหนังสือ Macquarie Dictionary อย่างชัดเจนอีกด้วย
ตัวอย่างเช่น ฟุตบอล football เรียกว่า ฟุตตี้ ‘footy’ / โทรทัศน์ television เรียกว่า เทวรี่ ‘telly’ / บาร์บีคิวbarbecue เรียกว่า บาร์บี้‘barbie’ เป็นต้น
ที่มา: The Department of Immigration and Citizenship publication: Life in Australia
ออสเตรเลียเป็นประเทศแห่งไวน์ที่ไม่มีใครเหมือน ไวน์ออสเตรเลียมีความหลากหลายอย่างน่าเหลือเชื่อ แบ่งประเภทได้ตั้งแต่สปาร์คกลิ้งไวน์ที่ผลิตในอุณหภูมิอันเย็นยะเยือก ไปจนถึงไวน์แดงอันทรงพลังที่สามารถสัมผัสได้ถึงความเข้มข้นจากองุ่นแดง ที่เติบโตท่ามกลางแสงอาทิตย์อันแรงกล้าที่สาดส่องลงมาในไร่องุ่น
อุตสาหกรรมไวน์ของออสเตรเลีย
จุดเด่น: ผลิตไวน์ดื่มง่ายและไวน์คุณภาพสูงที่มีความซับซ้อน
ที่มา : https://grape-to-glass.com/index.php/wine-regions-aussie/
เมื่อพูดถึง ออสเตรเลีย สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของหลายๆ คนคงหนีไม่พ้น ซิดนีย์ โอเปร่าเฮาส์ ใช่มั้ยล่ะ? แลนด์มาร์กยอดฮิตประจำเมืองซิดนีย์ที่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศออสเตรเลีย เรียกได้ว่า ถ้าใครมาเที่ยวออสเตรเลียแต่ไม่ได้มาเยือนที่นี่ ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงแบบสมบูรณ์!
ซิดนีย์ โอเปร่าเฮาส์ ไม่ได้มีดีแค่ความงามภายนอกนะคะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ดูทันสมัย ล้ำยุค และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเปลือกหอยที่เรียงซ้อนกันอย่างลงตัว ผลงานชิ้นเอกนี้ถูกออกแบบโดย Jørn Utzon สถาปนิกชื่อดังชาวเดนมาร์ก ซึ่งทำให้โอเปร่าเฮาส์กลายเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก
ภายในของโอเปร่าเฮาส์เองก็ไม่แพ้กันเลย เพราะประกอบไปด้วย โรงละครขนาดเล็ก-ใหญ่หลากหลายแห่ง เหมาะสำหรับการจัดแสดงโชว์และคอนเสิร์ตระดับโลก นอกจากนี้ ยังมี ภัตตาคารหรู ร้านกาแฟ และบาร์ มากมายที่ให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งชิล ชมวิวสุดอลังการของอ่าวซิดนีย์ จะถ่ายรูปชิคๆ หรือมานั่งจิบกาแฟแบบสายอาร์ตก็ฟินไม่แพ้กัน
และถ้าเป็นสายศิลป์ที่หลงใหลในวัฒนธรรมและการแสดง โอเปร่าเฮาส์ก็เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์สุดๆ ค่ะ เพราะมีการจัดแสดงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโอเปร่า บัลเลต์ การแสดงดนตรี หรือแม้แต่ละครเวที มีให้ชมตลอดทั้งปีเลย










อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของออสเตรเลียที่หลายคนนึกถึงก็คือ สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น หนึ่งในสะพานเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก เลยทีเดียว! สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความเชื่อมั่นของชาวออสเตรเลียในวันข้างหน้า
สะพานฮาร์เบอร์ทอดยาวเชื่อมเมืองซิดนีย์ฝั่งเหนือและฝั่งใต้เข้าด้วยกัน และยังกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองซิดนีย์ สะพานแห่งนี้ยังมีชื่อเล่นสุดน่ารักที่ชาวซิดนีย์เรียกกันว่า “ไม้แขวนเสื้อ” (The Coathanger) เพราะโครงสร้างเหล็กที่ถูกถักขึ้นเป็นทรงโค้งใหญ่ ดูคล้ายกับไม้แขวนเสื้อนั่นเอง
ยังมี กิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือการ ไต่สะพาน (Bridge Climb) แอดเวนเจอร์สุดท้าทายที่ใครเป็นสายลุยต้องลองสักครั้งในชีวิต! โดยสะพานฮาร์เบอร์เป็น 1 ใน 2 สะพานในออสเตรเลีย ที่อนุญาตให้มีการปีนขึ้นไปบนสะพานเพื่อชมวิวสุดอลังการของเมืองซิดนีย์จากมุมสูงแบบ 360 องศา
แต่ถ้าใครไม่ถนัดกิจกรรมหวาดเสียว ก็สามารถมาเดินเล่นชมวิวชิลล์ๆ บนสะพานได้เลยนะ ที่นี่เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปีไม่มีวันหยุด ยกเว้นบางโอกาสที่ต้องปิดสะพานเพื่อจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น การวิ่งมาราธอน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี บอกได้เลยว่าบรรยากาศการวิ่งบนสะพานพร้อมวิวอ่าวซิดนีย์สวยๆ เป็นอะไรที่ประทับใจสุดๆ ไปเลย










The Great Barrier Reef หรือ แนวปะการังเกรทแบร์ริเออร์รีฟ เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของประเทศออสเตรเลียที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก เพราะมีความยาวถึง 2,300 กิโลเมตร ทอดยาวไปตามชายฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์ และยังเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลหลายชนิด เช่น ปะการังหลากสีสัน ปลาหลายพันสายพันธุ์ เต่าทะเล แมงกะพรุน และสัตว์ทะเลอีกนับไม่ถ้วน ความยิ่งใหญ่และความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ทำให้ UNESCO ประกาศให้เป็นหนึ่งใน มรดกโลกทางธรรมชาติ
การเที่ยวชมความงามของเกรทแบร์ริเออร์รีฟมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ใครชอบชมวิวมุมสูงก็สามารถเลือก นั่งเฮลิคอปเตอร์ ชมภาพรวมของแนวปะการังสุดอลังการจากท้องฟ้า หรือจะเลือกนั่ง เรือชมปะการัง แบบสบายๆ ก็โรแมนติกไม่แพ้กัน สำหรับสายลุยและคนรักการผจญภัยใต้น้ำ ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกสนุกมากมาย ตั้งแต่ การดำน้ำตื้น (Snorkeling) ชมปะการังสีสันสดใสและฝูงปลาน่ารักๆ ที่อยู่ใกล้ผิวน้ำ ไปจนถึง การดำน้ำลึก (Scuba Diving) เพื่อสำรวจโลกใต้ทะเลอย่างใกล้ชิด ใครที่ยังว่ายน้ำไม่คล่องมีทางเลือกอื่นๆ อย่าง การนั่งเรือกึ่งเรือดำน้ำ (Semi Submarine) ซึ่งจะทำให้สามารถชมปะการังได้โดยไม่ต้องเปียกน้ำ หรือจะลอง สกู๊ตเตอร์ใต้น้ำ (Scuba Doo) ที่ให้ขี่สกู๊ตเตอร์สำรวจความสวยงามของใต้ท้องทะเลแบบใกล้ชิดก็ได้
ความพิเศษสุดๆ ของกิจกรรม ดำน้ำดูปะการังด้วยสกู๊ตเตอร์ใต้น้ำ ทำได้เฉพาะที่เกรทแบร์ริเออร์รีฟแห่งนี้ในออสเตรเลียเท่านั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และบอกเลยว่า ห้ามพลาดเด็ดขาด










หาดบอนได (Bondi Beach) ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสุดฮอตในออสเตรเลีย ที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาเยือนบอกเลยว่านี่คือ สวรรค์ของนักเซิร์ฟ อย่างแท้จริง! เพราะหาดบอนไดขึ้นชื่อเรื่อง คลื่นที่เหมาะแก่การเล่นเซิร์ฟ ทั้งมือใหม่และมือโปรก็สามารถมาเล่นสนุกกับคลื่นที่นี่ได้อย่างเต็มที่
ที่หาดบอนไดยังมี โรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟ หลายแห่งที่เปิดสอนทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม มีครูฝึกสอนมืออาชีพคอยดูแลอย่างใกล้ชิด รับรองว่าสนุก แถมยังปลอดภัยหายห่วง
หาดบอนไดยังขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ ด้วยหาดทรายสีขาวเนื้อละเอียดที่ทอดตัวยาวเป็นรูป พระจันทร์เสี้ยว โค้งรับกับน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส เป็นภาพที่สวยงามและมีเสน่ห์สุดๆ จนกลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาที่นี่ก็ต้องเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก บริเวณรอบๆ หาดบอนไดก็เต็มไปด้วยร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดๆ คาเฟ่น่ารักๆ ให้คุณได้นั่งจิบกาแฟชมวิวทะเล ร้านขายของที่ระลึก สำหรับซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน หรือจะเป็น ร้านค้าแฟชั่น สไตล์บีชแวร์ให้เลือกช็อปปิ้งกันเพลินๆ
ไม่ว่าจะมาเดินเล่นชิลๆ อาบแดดบนชายหาด เล่นน้ำทะเล ถ่ายรูปสวยๆ หรือจะมาลองเล่นเซิร์ฟ หาดบอนไดก็พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแน่นอนใครมาเที่ยวซิดนีย์ อย่าลืมแวะมาที่หาดบอนไดแห่งนี้ รับรองว่าจะประทับใจจนไม่อยากกลับเลยทีเดียว!











สวนสัตว์ทารองกา (Taronga Zoo) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกของเมืองซิดนีย์ ที่ตั้งอยู่ริมอ่าวซิดนีย์พร้อมวิวสวยอลังการ สวนสัตว์แห่งนี้ไม่เพียงแค่เป็นบ้านของ สัตว์พื้นเมืองของออสเตรเลีย เช่น จิงโจ้ โคอาล่า วอมแบท และนกอีมู แต่ยังรวบรวมสัตว์จากทั่วทุกมุมโลกเอาไว้มากถึง 350 สายพันธุ์ รวมกว่า 4,000 ตัว เลยทีเดียว
ความพิเศษของสวนสัตว์แห่งนี้ คือการที่ ประตูทางเข้าสวนสัตว์ตั้งอยู่บนเนินเขา นักท่องเที่ยวจะต้องนั่ง กระเช้าลอยฟ้า (Sky Safari) ขึ้นไปยังทางเข้า ซึ่งระหว่างทางจะได้ชมวิวสวยๆ ของอ่าวซิดนีย์ พร้อมกับมุมมองของซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์และสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ที่สวยงามตระการตา
เมื่อเข้าสู่ภายในสวนสัตว์ จะได้พบกับโซนจัดแสดงสัตว์ที่หลากหลาย มี โชว์การแสดงสัตว์สุดพิเศษ อย่างการแสดงของแมวน้ำแสนรู้และนกนักล่าที่บินโฉบเฉี่ยวบนฟ้าให้ชมแบบใกล้ชิด
คนที่อยากสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น “Roar and Snore” ซึ่งเป็นการ กางเต็นท์นอนในสวนสัตว์ ให้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางทุ่งสะวันนาของแอฟริกา พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนท่ามกลางเสียงสัตว์นานาชนิด หรือจะเลือกชมสัตว์แบบใกล้ชิดผ่าน ทัวร์เบื้องหลังสวนสัตว์ ก็สนุกไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ภายในสวนสัตว์ยังมี พื้นที่ปิกนิกกว้างขวาง สำหรับการมานั่งเล่นรับลม พร้อมกับมี ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม ให้บริการอย่างครบครัน










เอเยอร์สร็อค (Ayers Rock) หรือ อูลูรู (Uluru) เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินิส หรือ อะนานู มากว่า 40,000 ปี เป็นเขาเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษระกลมมนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางที่ราบ โดยวัดจากทางทิศตะวันออกไปตะวันตกได้ 3.1 กิโลเมตร วัดจากเหนือมาใต้ได้ 1.9 กิดลเมตร ส่วนสูง 348 เมตร และรอบฐานยาว 9.4 กิโลเมตร มีคนมาเที่ยวปีหนึ่งประมาณ 300,000 คน ค้นพบเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 1873 โดย วิลเลียม คริสตี้ กอสส์ ชื่อเอเยอร์สร็อค ตั้งให้เป็นเกียรติกับ เซอร์เฮนรี เอเยอร์ส หัวหน้า เลขานุการแห่งออสเตรเลียใต้
เอเยอร์สร็อค มีลักษณะส่วนประกอบเป็นหินเชิงเดี่ยวหรือเป็นหินชนิดเดียว (เนื้อเดียว)ตลอดทั้งแท่ง(ก้อน) สีแดงเข้ม ที่น่า ประทับใจผู้ไปชมคือ ในตอนกลางวันอากาศปลอดโปร่งแจ่มใสจะปรากฎ เป็นแสงสะท้อนออกมาเป็นสีเหลืองทองให้เห็นบริเวณเดียว ถ้า มองที่ไกลๆ ออกมา
สำหรับใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติก็ไม่ควรพลาดกับการไปเช็กอินกันสถานที่ท่องเที่ยวในออสเตรเลียอย่าง โขดหินอุลูรู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดเขาที่จมลึกลงไปกว่า 6 กิโลเมตรใต้พื้นดิน ทำให้ที่นี่มีลักษณะโดดเด่นและสวยงามอย่างสะดุดตา
ด้วยลักษณะที่เป็นภูเขาหินสีแดงอันโดดเด่น ที่นี่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นค้างคาว และสัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ มากกว่า 73 สายพันธุ์ รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลากหลายชนิด อย่างเช่น วัลลาบี้ กระต่ายสีน้ำตาลแดง ตุ่นที่มีถุงหน้าท้อง หรือจิ้งเหลนทะเลทรายยักษ์










เกาะทัสมาเนียเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจสำหรับคนรักธรรมชาติและความงดงามของทิวทัศน์! โดยเฉพาะ ทุ่งลาเวนเดอร์ที่หมู่บ้านลาเวนเดอร์ไบรด์สโตว์ (Bridestowe Lavender Estate) ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 260 เอเคอร์ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ของเกาะ ด้วยความสวยงามของดอกลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งในช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม สร้างภาพสีม่วงที่ตัดกับท้องฟ้าและภูเขาอาร์เทอร์อย่างลงตัว
นอกจากความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถ:
อีกทั้งลาเวนเดอร์ที่ปลูกที่นี่เป็น สายพันธุ์ฝรั่งเศส คุณภาพสูง ที่ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์น้ำหอมชื่อดังระดับโลก ซึ่งทำให้หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก!
หากคุณเป็นคนรักธรรมชาติ การมาเยือนที่นี่ในช่วงลาเวนเดอร์บานเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด










ย่านอลิซาเบธ คีย์ (Elizabeth Quay) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองเพิร์ท (Perth) ที่ผสมผสานความสวยงามของธรรมชาติและความทันสมัยไว้อย่างลงตัว โดยย่านนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสวอน (Swan River) เป็นจุดท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับทั้งการพักผ่อนหย่อนใจและการเพลิดเพลินกับร้านค้าและร้านอาหารเก๋ ๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
จุดเด่นของ Elizabeth Quay
เหมาะกับใคร?










ทะเลสาบสีชมพูหรือทะเลสาปฮิลเลียร์ (Lake Hillier) บนเกาะมิดเดิล ไอส์แลนด์ (Middle Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะ Recherche Archipelago ของออสเตรเลียตะวันตก เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยน้ำในทะเลสาบที่มี สีชมพูพาสเทลสดใส ตัดกับสีเขียวของป่าไม้โดยรอบและน้ำทะเลสีฟ้าคราม ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่ดูแปลกตาและงดงามอย่างยิ่ง
สาเหตุที่น้ำในทะเลสาบเป็นสีชมพู
จุดเด่นของทะเลสาบฮิลเลียร์










รู้จักกันในชื่อ หุบเขาสีน้ำเงิน เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของออสเตรเลีย และตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองซิดนีย์ โดยเฉพาะ ยอดเขาสามพี่น้อง (Three Sisters) ที่มีลักษณะเป็นเสาหินทรายเรียงตัวอย่างโดดเด่นท่ามกลางป่าเขียวขจี และหมอกบาง ๆ ที่ให้บรรยากาศราวกับต้องมนตร์
จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติบลูเมาท์เทนส์
กิจกรรมห้ามพลาด









